Archive for June, 2008

Promote Web : บริการ โปรโมทเว็บ

ปัจจุบันมีเว็บไซต์เกิดขึ้นมาค่อนข้างมาก การแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ละคนก็อยากให้ธุรกิจของตัวเองเป็นที่รู้จัก อยากให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้น อยากเป็นผู้นำตลาด และแน่นอนว่าการ โปรโมทเว็บ แบบ SEO : Search Engine หรือ แบบ PPC : Pay Per Click ช่วยคุณได้

SEO : Search Engine Optimization

 SEO หรือ Search Engine Optimization คือ กระบวนการที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณ อยู่อันดับต้น ๆ ของการค้นหาจาก Search Engines ต่าง ๆ เช่น Google, Yahoo หรือ MSN ซึ่งในปัจจุบันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ที่มีประสิทธิภาพมาก เำพราะใช้ต้นทุนที่ต่ำ แต่ให้ผลกำไรสูง

เงื่อนไข 

  1. ติดอันดับด้านซ้าย
  2. เลือกจำนวนคีย์เวิร์ดได้จำกัด ประมาณ 3-5 คำต่อเว็บไซต์
  3. ใช้เวลาในการทำประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับการแข่งขัน
  4. รับประกัน top20 4 เดือน ใน google.co.th หรือ Search Engine อื่น ๆ ที่ต้องการ
  5. อันดับจะคงอยู่ตลอดไปจนกว่าจะมีคู่แข่งรายอื่นมาทำแซง
  6. รับประกันการติดอันดับ 4 เดือน
  7. ไม่ติดอันดับยินดี คืนเงิน ทันที !

การ promote web แบบ SEO : Search Engine Optimization

  1. เพิ่มยอดขายสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์
  2. ทำให้เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเป็นที่รู้จัก
  3. เพิ่มโอกาสทางการค้า
  4. เพิ่มผลกำไรทางธุรกิจ
  5. ลดความเสี่ยง ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ

ราคา SEO : Search Engine โปรโมทเว็บ เริ่มต้นที่ keyword ละ 9,000 บาท 

รับประกัน ติดอันดับ ไม่ติดเรายินดีคืนเงิน !!

http://www.thaihostsave.com/promote_web_seo_promotion.php

 

PPC : Pay Per Click

 “การ โปรโมทเว็บ ด้วยการทำ PPC : Pay Per Click ใช้เวลาเพียง 10 นาที โฆษณาของคุณก็จะปรากฎในส่วนของ ผู้สนับสนุน ของ Google เป็นการติดอันดับทางด้านขวาของ Search Engine เพื่อให้คนจำนวนนับล้านที่เข้ามาใน Google เห็นโฆษณาของคุณโดดเด่นกว่าใคร”

เงื่อนไข

  1. รับประกันการติดอันดับด้านขวา 100%
  2. ใช้คีย์เวิร์ดได้ไม่จำกัด
  3. พบเว็บไซต์คุณที่หน้าแรกภายใน 10 นาทีหลังจากเริ่มต้นทำ
  4. กำหนดงบประมาณได้เอง
  5. กำหนดลูกค้าเป้าหมายเป็นรายประเทศได้
  6. ไม่ติดอันดับยินดี คืนเงิน ทันที !

http://www.thaihostsave.com/promote_web_seo_promotion.php

 

Leave a comment »

26 ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์ให้ยอดวันละหมื่นห้า

เคล็ดไม่ลับ การสร้างเว็บไซต์ให้ผู้เข้าชมติดใจเว็บไซต์คุณ หากคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด คุณจะประสบความสำเร็จภายในหนึ่งปี ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเป็นภาษาไทย ยอดน่าจะได้ประมาณ 2000 คนต่อวัน หลายๆคนอาจจะไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ ความจริงก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ไม่เชื่อนั่นแหละดี เราจะได้พิสูจน์กันไปพร้อมๆกันเลยว่า อีกหนึ่งปีข้างหน้า ยอดเว็บของเราจะพุ่งถึง 2000 คนต่อวัน จริงหรือเปล่า? ลองมาทำตามไปพร้อมๆกันเลยค่ะ (บทความนี้ เน้นถึงการทำเว็บไซต์ที่เหมาะกับ Search Engine และดึงผู้เข้าชมจาก Search Engine เป็นหลัก)

A) เตรียมตัวให้พร้อม :

เตรียมตัวคุณให้พร้อม และเตรียมเนื้อหาให้พร้อม เนื้อหาของเว็บไซต์สำคัญกว่าชื่อโดเมนเสียอีก ถ้าหากคุณคิดชื่อโดเมนได้ แต่ไม่มีเนื้อหา คนเข้ามาก็จะรู้สึกแย่กับเว็บคุณ แล้วก็จะไม่กลับมาหาคุณอีกเลย! ทางที่ดี ควรจะเผื่อเนื้อหาไว้ให้พร้อมซัก 100 หน้าเป็นอย่างน้อย ที่สำคัญๆก็อย่างเช่น About Us หรือ Company Profile, Contact Us, Privacy Policy, Terms of Agreement เป็นต้น และถ้าเป็นไปได้ ต้องเป็นเนื้อหาที่หาที่ไหนไม่ได้ ตรงมาอ่านที่เว็บไซต์ของคุณเท่านั้น จะเยี่ยมมากๆ

B) ชื่อโดเมน :

ต้องเน้นให้ จำง่าย, พิมพ์ง่าย ยิ่งพยางค์น้อย หรือน้อยตัวอักษรได้เท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าจะให้ดีมี keyword สำคัญๆของคุณอยู่ในโดเมนด้วยยิ่งดี แต่บางคนก็คิดว่า ชื่อโดเมนที่มี keyword อยู่ด้วยนั้น “Out” ไม่ทันสมัย เชยระเบิดระเบ้อ นั่นก็ขึ้นอยู่กับความชอบเป็นการส่วนตัว อย่าง SEO-Thai นี่จะถือว่ายาวก็ได้ สั้นก็ได้อีก หรือชื่อที่ไม่มีความหมายอย่าง Google ใครจะคิดว่าจะดังเปรี้ยงปร้างขนาดทุกวันนี้ นั่นขึ้นกับหลักง่ายๆที่ว่า ของดีเสียอย่าง ใครๆก็อยากได้ เพราะฉะนั้น เตรียมเนื้อหาของคุณให้ดี เอาเวลาคิดชื่อโดเมนเก๋ไก๋ไปทำเนื้อหาดีกว่า

C) ออกแบบหน้าตาเว็บไซต์ให้ใช้ง่าย และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย :

ง่ายไว้ก่อน ดีที่สุด ! ดีทั้งกับ Spiders และดีทั้งผู้เข้าชม, ดีกับ Spiders จะทำให้คนค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย และทำให้มีคนเข้ามามาก และเมื่อเข้ามาแล้วเว็บไซต์ใช้งานง่าย ทำความเข้าใจง่าย เนื้อหาก็ดี โดเมนจำง่าย ใครจะไม่เข้ามาอีก :) คุณอาจจะถามไปอีกว่า ง่ายน่ะ ง่ายยังไง เว็บไซต์ไม่เห็นจะใช้งานยากตรงไหนเลย? มีวิธีทดสอบสองวิธีค่ะ

วิธีแรก ให้ลองนึกไปถึงวันแรกๆที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ เล่นอินเทอร์เนต ความรู้สึกในวันนั้น คุณคงจำได้ว่า มันเงอะๆงะๆไปหมด ปุ่มไหนคืออะไร จะไปหน้าอื่นต้องทำอย่างไร รู้สึกว่ามันมีปุ่มอะไรต่างๆเยอะแยะไปหมด เอาง่ายๆ Mouse ยังใช้ไม่คล่องเลย! จริงมั้ยคะ? ลองนึกไปถึงวันนั้น แล้วดูเว็บของคุณอีกทีว่า ถ้าคุณในวันนั้นมาเข้าชมเว็บคุณ จะรู้สึกอย่างไร?

วิธีที่สอง เป็นวิธีทดสอบโดยใช้อาสาสมัคร โดยคุณจะต้องหาคนที่ไม่เคยใช้เว็บของคุณเลย จะเป็นคนที่ใช้อินเทอร์เนตคล่องอยู่แล้ว หรือจะเป็นมือใหม่หัด Serve Net ก็สุดแท้แต่ ขอให้มีเขายินดีมาเป็นตัวทดสอบเป็นใช้ได้ การทดสอบก็ง่ายๆ โดยการที่คุณตั้งโจทย์ให้ผู้ทดสอบทำอะไรซักอย่างเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณเช่น อาจจะให้ลองเลือกซื้อของ หรือหาบทความที่มีอยู่ในเว็บ และคุณนั่งดูอยู่ข้างหลัง ดูอย่างเดียวนะคะ ห้ามแนะนำใดๆทั้งสิ้น ดูว่าเขาใช้งานได้คล่องเหมือนคุณหรือเปล่า? ถ้าไม่เกิน 20 นาทีก็ถือว่าผ่านค่ะ :)

อีกอย่างก็คือต้องพยายามจัดเนื้อหาของหน้าแรกให้ตรงกับกลุ่มคำ หรือข้อความในหัวข้อหลักของเว็บ มันจะมีความจำเป็นเมื่อ search engine ส่ง bot มาสำรวจเว็บของคุณมันจะได้รู้สึกว่าเว็บของคุณมีเนื้อหาไปในทำนองเดียวกับ meta-tag หรือ title จริงๆ

ความเร็วอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง การทำให้โหลดเร็วเข้าว่าเพียงอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เว็บขาดความน่าสนใจไป มันอยู่ที่ว่าคุณจัดสรรหรือคัดเรื่องเด่นแค่ไหนเข้ามาลงหน้าแรก อ่านต่อ

Leave a comment »

ตรวจสอบลายนิ้วมือด้วยนาโนเทคโนโลยี

กลุ่มนักวิจัยในอิสราเอล (Israel) พัฒนาการตรวจสอบรอยนิ้วมือให้เร็วขึ้นและง่ายขึ้นโดยการใช้อนุภาคนาโนของทองที่ละลายอยู่ในสารละลายอินทรีย์ (organic solution)

Claude Roux จากศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ (Centre for Forensic Science) ของ University of Technology, Sydney กล่าวว่า การใช้นาโนเทคโนโลยีในการตรวจสอบลายนิ้วมือเป็นวิธีการใหม่ที่น่าท้าทายและน่าจะได้ผลการตรวจสอบที่ดีขึ้น

สารซิลเวอร์ที่ได้ผ่านการพัฒนามาแล้วซึ่งเรียกว่า Silver physical developer (Ag-PD) เป็นสารตัวหนึ่งที่นิยมใช้ในการตรวจสอบสารบางประเภทที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ เช่น ไขมัน ในมือของคนเรามีคราบไขมันติดอยู่เช่นเดียวกัน ดังนั้น Ag-PD จึงถูกนำมาใช้ในการตรวจสอบลายนิ้วมือบนพื้นผิวของวัสดุที่น้ำสามารถซึมผ่านได้เช่นกระดาษหรือกล่องกระดาษ การแตกตัวของซิลเวอร์บนสารที่ไม่ละลายน้ำอย่างไขมันที่ติดมากับลายนิ้วมือทำให้เกิดตะกอนสีดำตามลายนิ้วมือที่เกาะติดบนกระดาษนั้นๆ ดังนั้นเมื่อต้องการตรวจสอบรอยนิ้วมือของผู้ต้องสงสัยบนกระดาษที่เปียกซึ่งเห็นลายนิ้วมือไม่ชัดหรือไม่เห็น สามารถทำได้โดยใช้วิธีดังกล่าว อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อเสียคือไม่มีความคงตัวทำให้ผลที่อ่านได้มีโอกาสไม่ถูกต้องชัดเจน

อนุภาคนาโนของทองเปรียบได้ดังเป็นพระเอกที่เข้ามาช่วยทำให้การตรวจสอบลายนิ้วมือนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อนุภาคนาโนของทองหรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “colloidal gold” ซึ่งมีประจุที่พื้นผิวเป็นลบ (negative charge) สามารถเกาะติดกับไขมันที่ติดมากับลายนิ้วมือซึ่งมีประจุบวก (positive charge) ในสภาวะที่เป็นกรด Matias Sametband และผู้ร่วมงานจาก Hebrew Univeriry of Jerusalem ได้พัฒนาสารละลาย colloidal gold ให้มีความคงตัวมากขึ้นโดยใช้ตัวทำละลายในกลุ่มของ petroleum ether ซึ่งมีกลุ่มของไอโดรคาร์บอนที่แตกต่างกัน (Hydrocarbon Chains) ส่งผลทำให้ผลการตรวจสอบมีความคงตัวและเห็นลายนิ้วมือชัดมากขึ้น

ในการทดลองทีมงานให้อาสาสมัครถูมือนิ้วบนหน้าผากแล้วแปะบนกระดาษ A4 หลังจากนั้นกระดาษถูกนำไปชุบน้ำแล้วปล่อยให้แห้ง กระดาษดังกล่าวถูกไปจุ่มลงในสารละลายทองที่คงตัวอยู่ในปิโตรเลี่ยมอีเธอร์ซึ่งมี hydrocarbon chains เรียกว่า “Octadecanethiol” พวกเขาให้ชื่อสารนี้ว่า Au-NPs-Cis ขั้นตอนต่อไปตามด้วย Ag-PD ผลที่ได้ทำให้เห็นลายนิ้วมือชัดเจนขึ้น มีความคงตัว และเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับวิธีเก่าที่ใช้ Ag-PD อย่างเดียว

ทีมวิจัยได้พัฒนาการตรวจสอบลายนิ้วมือบนวัสดุที่น้ำซึมผ่านไม่ได้เช่น แก้ว ซิลิคอน โดยใช้อนุภาคนาโนของ cadmium selenide และ zinc sulphide ในสารละลาบปิโตเลี่ยมอีเธอร์ วิธีนี้สารดังกล่าวสามารถเรืองแสงภายใต้รังสี UV ทำให้เห็นลายนิ้วมือโดยไม่ต้องใช้ Ag-PD แต่อย่างใด

Buckyballs ทำลายเซลล์ได้-ความเสี่ยงจากนาโนเทคโนโลยี
แนวโน้มใหม่ๆ ในอีคอมเมิร์ซ
จุดอ่อนของการทำ E-Commerce
สุดยอดเว็บไซต์เพื่อคนไทยที่มีหัวใจใฝ่รู้
คุณรู้จักคำว่า quot;Blog” ดีแค่ไหน เรื่องเล่าของ “Search Engine”
โน้ตบุ๊กเลือกสีได้เหมือนซื้อรถ
จุฬาฯ ทำนายสึนามิผ่านซูเปอร์คอมพ์ เตือนเร็ว-แม่นยำ

Leave a comment »

ยุทธการรุกรานของไวรัสขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้ถูกเปิดเผยแล้ว

งานวิจัยชิ้นหนึ่งของสถาบัน Weizmann ได้ทำความเข้าใจใหม่ ๆ ที่สำคัญในเรื่องของกระบวนการการติดเชื้อจากไวรัส ซึ่งการวิจัยนั้นได้ถูกบันทึกไว้ในวารสารออนไลน์ชื่อ PLoS Biology ซึ่งได้เปิดเผยกลไกอันแน่นอนที่ mimivirus (ไวรัสที่ได้ชื่อนี้เพราะว่าแต่เดิมนั้นเราคิดว่ามันสามารถทำการควบคุมแบคทีเรียในหลากหลายแง่มุมของพฤติกรรมของมัน) นั้นบุกรุกเซลล์อะมีบา

เซลล์ของสิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ในสภาพติดเชื้อโดยไวรัสได้ในสองขั้นตอน ในขั้นตอนแรก ตัวไวรัสนั้นจะทำการเจาะทะลวงเข้าไปในเซลล์ และต่อมาในขั้นตอนที่สองและเป็นขั้นตอนที่สำคัญนั้น ตัวเซลล์จะเริ่มทำการผลิตไวรัสตัวใหม่มา ซึ่งจะกระจายและทำให้เซลล์อื่นๆติดเชื้อเพิ่มเติม ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการผลิตไวรัสนั้น เซลล์จะสร้างผนังด้านนอกของไวรัส ซึ่งเป็นที่บรรจุของพวกโปรตีนและรู้จักกันว่า capsid ซึ่งหลังจากนั้นเซลล์จะสร้างตัวก๊อปปี้ของ DNA ของไวรัสและบรรจุมันลงไปใน capsid ซึ่งทำให้เกิดไวรัสที่พร้อมทำงานตัวใหม่ขึ้นมาที่พร้อมจะออกจากเซลล์ที่มันอาศัยอยู่และไปทำให้เซลล์อื่นๆติดเชื้อมากขึ้น

การเข้าใจว่าไวรัสทำให้เซลล์ติดเชื้อและไวรัสตัวใหม่ถูกผลิตในช่วงของการติดเชื้อได้อย่างไรนั้นทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าไปรบกวนกับวัฏจักรของการติดเชื้อและสกัดกั้นโรคที่เกิดจากไวรัสได้ อย่างไรก็ตาม หนึ่งความยากลำบากที่เกิดขึ้นก็คือว่า วิธีการที่ไวรัสต่างชนิดใช้บุกรุกนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก

ตัว mimivirus ที่รู้จักกันท่ามกลางตัวอื่นๆสำหรับขนาดของมันที่ผิดปกติ – ขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าไวรัสตัวอื่นๆที่เป็นที่รู้จักกันถึงห้าเท่า – เป็นต้นเหตุให้เกิดความท้าทายที่น่าสนใจในประเด็นดังกล่าว ซึ่งไวรัสชนิดนี้นั้นเพิ่งจะถูกค้นพบในช่วงปลายศตวรรษที่ยี่สิบมานี้ เนื่องจากขนาดที่ไม่ธรรมดาของมันทำให้มันเป็นไปได้ที่จะระบุตัวไวรัสดังกล่าวด้วยวิธีการตามปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวมันยังมีสารพันธุกรรมมากกว่าไวรัสชนิดอื่นอยู่มาก เป็นลักษณะเฉพาะที่ทำให้ mimivirus นั้นพัฒนาวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีที่จะป้อน DNA เข้าไปในเซลล์ และใส่ “พัสดุ” ทางพันธุกรรมลงไปในตัวบรรจุที่เป็นโปรตีนระหว่างช่วงสร้างไวรัสตัวใหม่ขึ้นในเซลล์ที่มันอาศัยอยู่

ศาสตราจารย์ Abraham Minsky จากสถาบัน Weizmann และเพื่อนร่วมงานของเขาได้เปิดเผยรายละเอียดของวิธีการบางวิธีที่ถูกใช้โดยไวรัสชนิดนี้ ซึ่งในงานวิจัยชิ้นใหม่ของพวกเขานั้น เป็นครั้งแรกที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้รับรูปถ่ายสามมิติของช่องเปิดซึ่งสารพันธุกรรมของไวรัสได้ถูกฉีดเข้าไปในเซลล์ที่ติดเชื้อ และของกระบวนการซึ่งสารพันธุกรรมถูกใส่เข้าไปใน capsid ที่เป็นโปรตีนด้วย

ในไวรัสทั้งหมดที่เคยถูกศึกษามาก่อนหน้านี้นั้น สารพันธุกรรมไวรัสนั้นถูกแสดงว่ามันถูกฉีดเข้าไปในเซลล์(ในช่วงที่เซลล์ติดเชื้อ)และสู่ที่บรรจุที่เป็นโปรตีน(ในช่วงที่ผลิตไวรัสตัวใหม่ในเซลล์)ด้วยช่องทางเดียวกัน ซึ่งถูกสร้างขึ้นภายในตัวบรรจุไวรัส ตรงกันข้าม,เหล่านักวิทยาศาสตร์จากสถาบันนั้นค้นพบว่าเจ้า mimivirus ยักษ์นี้นั้นใช้ช่องทางที่ต่างกัน (และมีตำแหน่งแตกต่างกันใน capsid ของมัน) สำหรับเป้าหมายทั้งสอง นักวิทยาศาสตรก็ยังได้ค้นพบว่าเกลียว DNA ในทั้งสองกระบวนการนี้นั้นไม่ได้จับตัวเป็นเส้นไหมยาวๆเช่นในไวรัสชนิดอื่น แต่จัดกลุ่มอัดกันเป็นก้อนอย่างแน่นหนาแทน

นักวิจัยเชื่อว่าคุณสมบติเฉพาะเหล่านี้นั้นจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ทั้งการฉีดเข้าไปในเซลล์ใหม่และการฉีดสารพันธุกรรมปริมาณมากใน mimivirus ได้ ซึ่งในการวิจัยของสถาบัน Weizmann นั้นรูปจากกล้องจุลทัศน์อิเล็กตรอนของ mimivirus ที่กำลังบุกรุกเซลล์อะมีบาได้แสดงให้เห็นว่าเพียงหลักจากการบุกรุกนั้น ผนังโปรตีนของ capsid ได้แยกออกจากกันและกันและเปิดออกเหมือนกับกลีบดอกไม้เพื่อสร้างทางเข้าเหมือนรูปดาวที่มีชื่อเรียกเล่นๆว่า “stargate”

ผนังของไวรัสใต้ stargate นั้นรวมตัวเข้ากับเยื่อบุผนังของเซลล์อะมีบา, สร้างช่องทางขนาดกว้างนำไปสู่ข้างในตัวอะมิบา เกิดแรงดันที่ปล่อยออกมาจากผนังที่เปิดอย่างกระทันหันซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าแรงดันของการเปิดฝาขวดแชมเปญถึง 20 เท่า ผลักDNAไวรัสเข้าไปในช่องซึ่งขนาดที่ใหญ่ของช่องนั้นทำให้สารพันธุกรรมสามารถผ่านเข้าไปในเซลล์อะมีบ้าได้อย่างรวดเร็ว

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการศึกษาเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของ mimivirus ตั้งแต่การติดเชื้อระดับเซลล์ไปจนถึงการผลิตไวรัสตัวใหม่ขึ้นมานั้นอาจให้ความเข้าใจอันมีค่าในเรื่องของกลไกการทำงานของไวรัสอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงตัวที่ทำให้เกิดโรคกับมนุษย์ด้วย

10 เหตุผลของการนำธุรกิจมาเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต
5 เหตุผล ทำไมคนไม่เข้าเว็บไซต์คุณ
ผู้ใช้คอมพ์เอเชียกลุ่มเสี่ยงติดไวรัสมากที่สุดในโลก
ตลาดเกมมะกันก.พ.ดีด34% DSกลับสู่ผู้นำเฉียด6แสนเครื่อง
Weblog นิวเทรนด์ของสังคมยุคใหม่
สิ่งที่ควรทำเบื้องต้น เมื่อโทรศัพท์มือถือตกน้ำ

Leave a comment »

การทำตลาดผ่าน Search Engine Marketing

เมื่อเรารู้ว่า Search Engine ทำงานอย่างไร? และรู้จักวิธีการค้นหาคำต่าง ๆ ด้วยเว็บไซต์ค้นหาแล้ว เราต้องหาวิธีที่จะเข้าไปเพิ่มชื่อ (Submission) เว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่าพันล้านคนรู้จัก ด้วยคำที่เราต้องการให้คนค้นหาพบ (Key Word) ซึ่ง เทคนิคและขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำให้เว็บไซต์ค้นหา รู้จักเรามีอยู่หลายวิธี ดังต่อไปนี้จัดเตรียมเนื้อหาของเว็บไซต์ให้ตรงกับคำที่ต้องการจะค้นหา เช่น เราทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อที่จะขายโฮสติ้ง(Hosting) เราก็ต้องใส่เนื้อหาที่มีคำว่า โฮสติ้ง(Hosting) ไปในทุก ๆ หน้าของเว็บไซต์ของเรา โดยเรามีจุดมุ่งหมายที่ว่า “ให้คนที่ต้องการเช่าพื้นที่เว็บไซต์ (Hosting)” หาเว็บไซต์ของเราเจอ โดย เน้นเนื้อหาให้มีความว่า โฮสติ้ง(Hosting) ปรากฏอยู่ ในทุกๆ ย่อหน้าหรือทุก ๆ หน้าในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งในเอกสาร HTML ของเราจะมีการใส่ แทกส์ ที่ทำไว้สำหรับ เว็บไซต์ค้นหา โดยเฉพาะ เราก็ใส่คำค้นหาของเราเข้าไปใน แทกส์ นั้น ๆ (ควรศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องการเขียนเว็บไซต์ด้วยภาษา HTML)

เมื่อจัดเตรียมข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งใส่ แทกส์ที่จำเป็นแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการบอกให้ เว็บไซต์ค้นหา รู้จักเว็บไซต์ของเรา โดย เราจะต้องเข้าไปที่ เว็บไซต์ค้นหาต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมของคนทั่วโลก หรือ Major Search Engine & Web Directory นั่นเอง เช่น Google Yahoo MSN AOL Dmoz เนื่องจากว่า 90% ของผู้ใช้ อินเตอร์เน็ตทั่วโลก ใช้เว็บไซต์ค้นหาเหล่านี้ ซึ่งเทคนิคการ นำเว็บของเราไปเพิ่มชื่อใน Major Search Engine & Web Directory ก็แตกต่างกันไป และ มีทั้งเพิ่มชื่อแบบฟรีและเสียเงิน

อ่านต่อ

 

 

Leave a comment »