Archive for March 14, 2008

Search Engine คืออะไร ?

Search Engine คือ เครื่องมือการค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ที่ทุกคนสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้ โดย กรอก ข้อมูลที่ต้องการค้นหา หรือ Keyword (คีเวิร์ด) เข้าไปที่ช่อง Search Box แล้วกด Enter แค่นี้ข้อมูลที่เราค้นหาก็จะถูกแสดงออกมาอย่างมากมายก่ายกอง เพื่อให้เราเลือกข้อมูลที่เราโดนใจที่สุดเอามาใช้ งาน โดยลักษณะการแสดงผลของ Search Engine นั้นจะทำการแสดงผลแบบ เรียงอันดับ Search Results ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรา

หลักในการทำ SEO นั้นเป็นเทคนิคในการทำเว็บไซต์ ให้ติดอันดับต้นๆ ด้วยคำสำคัญโดยเน้นให้ผลของคำค้นปรากฏอยู่ในส่วนของ Natural Search Result (Organic Search Result) หรือในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บเสิร์ชเอนจิน 

ศัพท์น่ารู้
1.
Rank = อันดับ ในที่นี้คืออันดับของการแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาด้วยkeyword ต่างๆ ใน Search Engines

2.
Keyword = คำค้น ที่ใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการจาก Search Engines

3.
Search Engines = ผู้ให้บริการด้านการสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต เช่น กูเกิ้ล (Google) ยาฮู (Yahoo) Live (MSN)

4.
Algorithm = อัลกอลิธึม คือ วิธีการดำเนินการอย่างมีโครงสร้างในแบบแผนที่กำหนดไว้
 

Leave a comment »

ไม้ตาย SEO ล่าสุด

1. วิเคราะห์เว็บไซต์ SEO
2. ปัจจัยภายในเว็บ
SEO

3. ปัจจัยภายนอกเว็บ
SEO

4. ติดตามผล
SEO
 

อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
1. การเลือกโฮสติ้ง (
Hosting ) ต้องไม่โดนแบน ต้องเป็น Hosting ที่มีความเสถียร ไม่ล่มบ่อยๆ รวมทั้ง ออกแบบเว็บไซต์ ต้องไม่มี ลิงค์เสีย

2. อายุของโดเมน (
domain )จดโดเมน ไว้นานจะดีกว่าจดใหม่ โดเมน ต้องไม่มีการย้ายบ่อยๆ และ Domain ที่ใช้ควรมีชื่อสอดคล้องกับคีย์เวิร์ดที่ทำ หรือให้มีสับโดเมนที่มีความหมายเหมือนคีย์เวิร์ด

3. ออกแบบเว็บไซต์ (
website design ) ควรมีโคดสั้นๆ ไม่ควร ทำเว็บไซต์ ใช้ีแฟกช์มากเกินไป หรือมีโคดแฟสช์อยู่ตอนต้น design website ที่มีลิงค์ออกมากๆ จะไม่ดีต่อ SEO

4. ทำบล็อก
blog ทำให้อันดับของเว็บไซต์เพิ่มได้
 
Search Engine ที่สำคัญ Submit directory


Yahoo Altavista AlltheWeb MSN Google AOL
iWon.com Exactseek Jayde scrubtheweb Dmoz
  

Link : SEO Tool รวบรวม Tool ทั้งหมดที่ใช้ในการวิเคราะห์ครบถ้วน
http://www.thaihostsave.com/seo-tool.php

Leave a comment »

ทำไมต้องทำ SEO

ถ้าหากคุณเปิดบริษัทขึ้นมาแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีใครรู้จักบริษัทของคุณเลย ไม่มีลูกค้า ไม่มึยอดขาย แน่นอนว่าบริษัทที่เปิดขึ้นมาไม่นานก็ต้องปิดกิจการลง เช่นเดียวกับเว็บไซต์ คงไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้น ไม่เป็นที่รู้จักและไม่มีคนเข้ามาชม โดยเฉพาะเว็บไซต์ประเภท e-commerce ที่เน้นงานด้านการขายเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว ต้องประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักด้วย ซึ่งการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่ใช้การลงทุนน้อย ได้ผลเร็ว คือการทำ SEO เพราะผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลที่ต้องการ รวมถึงค้นหาสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เขาสนใจจาก Search Engines 

Search Engine Optimization ช่วยให้คุณ
1. เพิ่มยอดขายสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์

2. ทำให้เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเป็นที่รู้จัก

3. เพิ่มโอกาสทางการค้า

4. เพิ่มผลกำไรทางธุรกิจ

5. ลดความเสี่ยง ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ
 

ศัพท์น่ารู้
e-commerce = เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อขายสินค้า หรือบริการ

Leave a comment »

กระบวนการทำงานของ Search Engine

โดยปกติแล้ว Search Engine จะมีเครื่องมือที่ชื่อว่า Robot (หุ่นยนต์) ในการสืบค้นเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลด้วยการทำ Index โดย Robot จะเดินทางจากเว็บหนึ่งผ่าน Hyperlink ที่มีอยู่ในเว็บไซต์นั้น ๆ 

การเรียงลำดับผลลัพธ์จากการค้นหา
Search Engine มีอัลกอลิธึ่มในการจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหาแตกต่างกันไป ซึ่งโดยปกติแล้วส่วนมากจะเรียงจากความสัมพันธ์กับคำค้นที่ใช้ค้นหา และมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น ประเทศ ภาษา ขนาดของไฟล์ จำนวนผู้เข้าชม ความถี่ในการอัพเดทข้อมูล จำนวนลิงค์ เป็นต้น
 

ศัพท์น่ารู้
1.
Robot = หุ่นยนต์ ในที่นี้หมายถึงหุ่นยนต์ที่เป็นเครื่องมือของ Search Engine ใช้ติดตามข้อมูลต่าง ๆ สำหรับจัดเก็บในระบบฐานข้อมูล

2.
Index = การรวบรวมข้อมูล และจัดเก็บสำหรับการสืบค้น

3.
Hyperlink = การเชื่อมโยงหลายมิติ หรือ เส้นทางการเดินทางของข้อมูลจาหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่ง

Leave a comment »

การแบ่งประเภทของการทำ SEO

การทำ SEO ถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 

White Hat SEO (SEO หมวกสีขาว)
การทำ
SEO ประเภท White Hat คือ การทำเว็บคุณภาพ และทำ SEO
โดยยึดแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่
Search Engine หลาย ๆ ค่ายแนะนำไว้ ซึ่งควรมีลักษณะดังนี้
 

- หลีกเลี่ยงการทำ Hidden text หรือ Hidden Links
- หลีกเลี่ยงการทำ
Doorway

- ไม่ทำ
Spam Keyword

- ไม่ทำ
Duplicate Content

- ไม่ทำ
Cloaking หรือ Sneaky Redirects
 

Black Hat SEO (SEO หมวกสีดำ)
การทำ
SEO ประเภท Black Hat คือการทำ SEO โดยใช้เทคนิคต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามแนวปกิบัติเพื่อให้ได้ประโยชน์ ทาง SEO โดยไม่สนใจถึงความเหมาะสม ตามลักษณะที่ตรงข้ามกับการทำ White Hat SEO ทุกประการ(ไม่แนะนำอย่างยิ่ง)
นอกจากหมวกขาวและหมวกดำแล้ว ในปัจจุบันยังมีการแบ่งประเภทแบบไม่เป็นทางการอีก 1 ประเภท คือ Gray Hat SEO (SEO หมวกสีเทา) ที่ทำ SEO แบบกึ่งหมวกขาวและหมวกดำ ตัวอย่างเช่น การทำ Spam Keyword โดยการแต่งประโยคที่มี Keyword อยู่ในประโยคมาก ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำ Black Hat SEO จะได้ผลเร็ว แต่ก็มักจะได้ผลแค่ระยะสั้น ๆ จึงขอสนับสนุนให้นัก SEO ทุกท่านทำเว็บด้วย White Hat SEO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว 

ศัพท์น่ารู้
1.
Hidden Text คือ การซ่อนข้อความ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การทำสีตัวอักษรกับสีพื้นหลังเป็นสีเดียวกัน

2.
Hidden Links คือ การซ่อนลิงค์ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การใช้ style=”display:none” ครอบแท็กของ Hyperlinks

3.
Spam Keyword คือ การทำหน้าเว็บที่มีแต่ Keyword มากมาย

4.
Duplicate Content คือ การคัดลอกหน้าเว็บให้เหมือนกัน เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าของเว็บแบบไม่มีคุณภาพ

5.
Doorway คือ การส่ง Robot ของ Search Engine ไปในหน้าที่มีแต่ Keyword ก่อนแสดงผลหน้าเว็บที่มีเนื้อหา

6.
Cloaking คือ การทำหน้าเว็บที่แสดงผลแตกต่างกัน เมื่อถูกเรียกโดย Robot ของ Search Engine และผู้เข้าชมเว็บทั่ว ๆ ไป (แสดงผลให้คนอย่างหนึ่ง ให้บอทอย่างหนึ่ง)

7.
Sneaky Redirects คือ การเปลี่ยนการแสดงผลจากหน้าหนึ่ง ไปอีกหน้าหนึ่งอย่างรวดเร็ว

Leave a comment »

การตั้งชื่อโดเมน สำหรับ SEO

เว็บไซต์ที่มีชื่อโดเมนตรงกับคำค้น มักจะแสดงผลลัพธ์จากการค้นหาโดย Search Engine ในตำแหน่งที่ดี ตรงกับคำพูดที่ว่า แค่ชื่อดี มีชัยไปกว่าครึ่งชื่อโดเมน หรือ โดเมน คือ ชื่อที่ใช้เรียกแทนตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย แทนการใช้หมายเลข IP Address ถ้าจะให้เปรียบเทียบแล้ว IP Address คือ บ้านเลขที่ แต่ชื่อโดเมน คือ ชื่อบ้านหรืออาคาร และแน่นอนว่าถ้ากล่าวถึงชื่อโดเมนแล้ว สิ้งที่คู่กัน คือ นามสกุลโดเมนต้องถูกกล้าวถึงด้วยเช่นกัน นามสกุลของโดเมนเนม

แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 
-
gTLD (Generic Top Level Domain) คือ นามสกุลโดเมนทั่ว ๆ ไปเช่น .com .net .org .biz .info

-
ccTLD (Country Code Top Level Domain) คือ นามสกุลโดเมนของประเทศ หรือ ภูมิภาค เช่น .in.th .co.uk

Leave a comment »

ชื่อโดเมน และ การทำ SEO

ชื่อโดมนที่เป็น ccTLD จะส่งผลดีด้าน SEO กับคำค้นที่เป็นภาษาของประเทศ
หรือภูมิภาคนั้น ๆ ชื่อโดเมนที่เป็น
gTLD จะส่งผลดีด้าน SEO กับการค้นหาโดย Search Engine ทั่วโลก โดเมนที่ใคร ๆ ต้องการ และได้รับความนิยมสูง คือ .com รองมาคือ .net และ .org ตามลำดับ โดเมนที่จดทะเบียนมาแล้วหลาย ๆ ปี จะมีผลดีด้าน SEO มากกว่าโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่ การตั้งชื่อโดเมนให้ตรงกับคำค้น จะทำให้ผลลัพธ์จากการค้นหาโดย Search Engine อยู่ในตำแหน่งที่ดี
 

ศัพท์น่ารู้

1. IP Address คือ หมายเลขที่ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

Leave a comment »

การออกแบบเว็บไซต์ สำหรับ SEO

ก่อนจะลงมือทำ SEO ด้วยเทคนิควิธีอื่น ๆ สิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้าม คือ เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ภายในเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นก่อน

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี ควรมีลักษณะดังนี้
1. ควรออกแบบเว็บไซต์ให้มี
Navigation สำหรับเชื่อมโยงทั่วถึงกันแต่ละหน้า เพื่อให้ Robot ของSearch Engine สามารถ Crawl ได้อย่างทั่วถึง

2. ควรจัดทำ
Sitemap ของเว็บไซต์ ควรใช้ Header Tags สำหรับหัวข้อที่สำคัญ

3. ควรจัดทำเนื้อหาที่ชัดเจน มีการเน้นจุดต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลสำคัญ ด้วยการใช้ตัวอักษรตัวหนา ตัวเอียงหรือขีดเส้นใต้ ตามความเหมาะสม

4. ควรใช้
Title Tags สำหรับ Hyperlinks และ Alt Tags สำหรับรูปภาพ

5. ควรควบคุมปริมาณ
Hyperlinks ไม่ควรเกิน 100 Links ต่อ 1 หน้า

6. ควรควบคุมขนาดการแสดงผลหน้าเว็บไซต์(ทั้ง
Text และ Images และ Multimedia ทั้งหมด) ให้มีขนาดที่เหมาะสม 
 

ศัพท์น่ารู้
1. Navigation คือ หัวข้อ เมนู หรือ รายการต่าง ๆ ที่เป็นหน้าหลัก ๆ ของเว็บไซต์
2.
Crawl คือ การเดินทางของ Robot ซึ่งจะเดินทางไปตามการเชื่อมโยงต่าง ๆ

3.
Sitemap คือ แผนผังของเว็บไซต์ (คล้าย ๆ กับการทำ สารบัญ)

4.
Header Tags คือ Tags ที่ใช้กำหนดหัวเรื่อง หรือหัวข้อ

5.
Alt Tags หรือ Alternative Tags คือ Tags ที่ใช้แสดงข้อความเมื่อไม่สามารถแสดงรูปภาพได้เป็น Attribute

Leave a comment »

Search Engine ทำงานอย่างไร?

เว็บไซต์ค้นหาคืออะไร (Search Engine)

โดยปกติแล้วเมื่อจัดทำเว็บไซต์ขึ้นแล้ว จะต้องทำการประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ของเรา ให้เป็นที่รู้จัก เพื่อที่คนจะได้เข้ามาดูข้อมูลที่เราต้องการเผยแพร่ได้ หากเราทำเว็บไซต์ไว้เฉย ๆ โดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ หรือ บอกกล่าวกับผู้คน ก็จะทำให้เว็บไซต์เรา เปรียบเสมือน หนังสือ ที่วางไว้เฉยๆ โดยไม่มีคนอ่าน หรือ ทางภาษาทางการตลาดว่า “เว็บตาย” นั่นเอง หากเราจะทำเว็บและไม่ได้คิดถึงการทำตลาด การประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ ในด้านต่าง ๆ ก็ไม่มีประโยชน์เท่าใด เพราะถึงทำไปก็ไม่มีคนมาเข้าเว็บไซต์ของเราอยู่ดี ซึ่งการทำตลาดผ่านเว็บไซต์ มีได้ในหลายๆ ช่องทาง ก่อนที่เราจะรู้วิธี การทำการตลาดผ่าน Search Engine เรามาทำความรู้จัก “เว็บไซต์ค้นหา” กันก่อน

การทำ Search Engine มีหลายแบบ ได้แก่

 1. การแนะนำผ่าน Search Engine ของต่างประเทศ

     เครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดเพื่อการประชาสัมพันธ์หรือโปรโมทเว็บไซต์เปรียบเสมือนคนที่มีความกว้างขวางและคอยแนะนำให้นักท่องเน็ตรู้จักเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยนายโฮสดอทคอมจะแนะนำผ่าน Search Engine ของต่างประเทศ มากถึง

100  แห่ง  ซึ่งประกอบด้วย  Search Engine  ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งหลายเช่น  yahoo!,  altavista,  google,  go, excite, lycos, powersearch, earthfine, และอื่น ๆ อีกมาก (Search Engine คือ เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมเว็บไซต์อื่น ๆ และสามารถค้นหาเว็บไซต์เป้าหมายได้ด้วยชื่อหมวด Category หรือคำค้น Keyword)

2. การแนะนำผ่าน Seach engine และเว็บไซต์ไดเร็คตอรี่ของไทย

    เว็บไซต์ของคนไทยจำนวนมากที่มีเนื้อหาเป็นภาษาไทยและสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายคือกลุ่มคนไทย  ดังนั้นการแนะนำเว็บไซต์ของท่านผ่าน Search Engine  สัญชาติไทยจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และรวมไปถึงเว็บไซต์ของไทยรายอื่น ๆ  ที่ม

ลักษณะเป็นไดเร็คตอรี่เพื่อการจัดหมวดหมู่เว็บไซต์อื่นด้วยโดย นายโฮสดอทคอม ได้รวบรวมเว็บไซต์เหล่านี้จำนวนกว่า 100 ไซต์ อาทิ sanook, hunsa, 108-1009, mthai, lemononline, catcha, yumyai, I-kool, thaiwebhunter, siamguru,

thaiseek, thaicast, thaimisc และอื่น ๆ อีกมาก

การทำงานของเว็บไซต์ค้นหา

ก่อนที่เราจะใช้ เว็บไซต์ค้นหา ในการทำตลาดให้กับเว็บไซต์ของเรา เรามาดูวิธีการทำงานของเว็บไซต์ค้นหาต่าง ๆ กันก่อนดีกว่า

ปกติแล้วเว็บไซต์ค้นหาจะแบ่งออกเป็น 3 จำพวกนั่นคือ

Search Engine เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการที่จะค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของตัวเองโดยอัตโนมัติ เช่น Google.com หรือ Altavista.com ซึ่งเครื่องมือนี้ มีชื่อเรียกว่า Search Robot จะทำหน้าที่คอยวิ่งเข้าไปอ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ ของเว็บต่าง ๆ แล้วนำมาจัดลำดับคำค้นหา (Index) ที่มีในเว็บไซต์เหล่านั้น เก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเอง เมื่อเราเข้าไปใช้บริการ กับ Search Engine ต่าง ๆ ก็จะเป็นการไปค้นหาคำต่าง ๆ ที่ Search Engine ได้เก็บรวบรวมไว้แล้วนั่นเอง

Web Directory เป็นเว็บไซต์ค้นหาที่ใช้วิธีการ เพิ่มข้อมูลเข้าไปในฐานข้อมูลของระบบด้วย กำลังคน (มีเจ้าหน้าที่คอยเพิ่มข้อมูลเข้าไป) จะไม่มีการส่ง Robot ออกไปค้นด้วยตนเองแต่อย่างใด ซึ่งการจะนำชื่อเว็บไซต์ของเราให้เข้าไปอยู่ใน Web Directory นี้จะต้องไปทำการเพิ่มชื่อเข้าไปเอง เว็บประเภทนี้ก็เช่น Yahoo.com และ Dmoz.org

Meta Engine เป็นเว็บไซต์ที่ไปค้นหาจากเว็บไซต์ค้นหาอีกที ซึ่งเว็บประเภท Meta Crawler นี้จะทุ่นแรง โดยการนำคำทีต้องการค้น ไปค้นจากเว็บค้นหาประเภทต่าง ๆ และนำมาแสดงรวมกันให้เราดูอีกที ซึ่งก็สะดวกไปอีกแบบหนึ่ง เว็บประเภทนี้ก็เช่น Metacrawler.com, Go2net.com และ Thaifind.com

หาข้อมูลที่ต้องการให้พบ

การหาข้อมูลที่ต้องการให้พบ ไม่ใช่เรื่องยาก หากมีเทคนิคนิด ๆ หน่อย… โดยปกติแล้วการค้นหาข้อมูลที่ต้องการก็เพียงแค่ เราไปใส่คำที่ต้องการค้นหาในเว็บไซต์ค้นหา แล้ว กดปุ่ม สำหรับค้น ก็จะมีข้อมูลต่าง ๆ ออกมาให้เราเลือก ว่าใช่เรื่องที่เราต้องการค้นหาหรือไม่ แต่หากเราใช้คำหลาย ๆ คำเช่น Bronze Sculpture Thailand บางทีอาจจะทำให้เว็บไซต์ค้นหา แสดงผลออกมาได้ไม่ตรงกับความต้องการก็ได้ ซึ่งในเกือบทุก ๆ เว็บไซต์ค้นหา จะยอมรับคำสั่งทั่ว ๆ ไป ในการแสดงผลลัพธ์ ซึ่งหากเรานำคำสั่งเหล่านั้นมาใช้ ก็จะช่วยให้เราค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้เร็ว ซึ่งคำสั่งทั่ว ๆ ไปมีดังนี้

AND เป็น คำสั่งให้รวมคำค้นหาที่อยู่ระหว่าง AND เข้าด้วยกัน เช่น Bronze AND Thailand เว็บไซต์ค้นหา จะไปหาหน้าเว็บไซต์ที่มี ทั้งคำว่า Bronze และ Thailand อยู่ในหน้าเดียวกันออกมา วิธีใช้คำสั่งจะสามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบดังนี้ Bronze AND Thai, “Bronze Thai”, Bronze + Thai, Bronze & Thai

แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดจะอยู่ในรูปแบบ Bronze + Thai

OR เป็น คำสั่งให้เลือกคำใดคำหนึ่ง หรือ ทั้งสองคำมาแสดงผล เช่น Bronze OR Thailand เว็บไซต์ค้นหา จะค้นหาหน้าเว็บไซต์ ที่มีคำว่า Domain หรือ Siam ออกมาแสดงก็ได้ ซึ่งปกติแล้ว ค่าเริ่มต้นของทุก เว็บค้นหา จะเป็น OR อยู่แล้ว วิธีใช้คำสั่งจะสามารถใช้ได้หลายรูปแบบดังนี้

Bronze OR Thailand, Bronze Thailand

แต่ที่นิยมมากที่สุดจะอยู่ในรูปแบบ Bronze Thailand

NOT เป็นคำสั่งให้ตัดเว็บไซต์ที่มีคำค้นหา ตามหลัง NOT ออกไป เช่น Thailand NOT Bangkok เป็นคำสั่งให้ค้นหาคำว่า Thailand แต่ไม่เอาหน้าที่มีคำว่า Bangkok วิธีใช้คำสั่งจะสามารถใช้ได้หลายรูปแบบดังนี้

Thailand NOT Bangkok, Thailand -Bangkok

แต่ที่นิยมมากที่สุดจะอยู่ในรูปแบบ Thailand -Bangkok

ซึ่งหากเรานำคำสั่งต่าง ๆ เหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับคำค้นหาเรา ก็จะทำให้เราสามารถค้นหาเว็บที่ให้ข้อมูลได้ตรงกับความต้องการภายในเวลารวดเร็ว

ข้อมูลจาก www.seo-thai.com และ www.9hosts.com

Leave a comment »

ปัจจัยต่าง ๆ ของการทำ SEO

ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ On-Page Factor และ Off-Page Factor

On-Pages Factor คือ ทุกสิ่งที่ Search Engine สามารถมองเห็นจากเว็บไซต์
เช่น
เนื้อหา หัวเรื่อง การเชื่อมโยง  เป็นต้น เหมือนกับที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้จากโปรแกรม Text Browser
ซึ่งในการทำ On-Page Factor ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้


Title Tag ควรใส่คำที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในหน้าเอกสารนั้น ๆ เช่น ถ้าเนื้อหาของหน้าเว็บนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกร้อน ควรใช้ Title ว่า โลกร้อน

ควรวางขอบเขตของเนื้อหาในเอกสารแต่ละหน้า เช่น ถ้าต้องการเขียนเรื่องข้อมูลภาพยนตร์ ก็ไม่ควรให้มีข้อมูลอื่น ๆ เช่น เล่นเกม ฟังเพลง ปนอยู่

การสร้าง Links ควรเชื่อมโยงไปที่หน้าเอกสาร ที่เกี่ยวกับข้อความที่ปรากฎใน Links เช่น การทำ HyperLinks ที่ข้อความว่า ภาพยนตร์ก็ควร Links ไปในหน้าที่มีข้อมูลภาพยนตร์ ไม่ควร Link ไปในหน้าที่มีเนื้อหาอื่น ๆ เช่น เนื้อเพลง หรือ กลอน

พยายามจัดกลุ่มของเนื้อหา และการเชื่อมโยงต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย

พยายามตั้งชื่อไฟล์ให้สอดคล้องกับหัวข้อของเนื้อหาภายในหน้าเอกสาร

Off-Pages Factor คือ สิ่งต่าง ๆ ที่ Search Engine ไปพบเจอมา ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฎอยู่ในหน้าเอกสารเว็บไซต์ ดังเช่น

การทำ Sitemap

การเพิ่ม Link Popularity

การเพิ่มรายชื่อเว็บไซต์ใน Directory Listing

การทำ Social Networking

สรุป On-Page Factor คือ การ Optimisation เนื้อหาภายในหน้าเว็บให้มีความเหมาะสมกับการทำ SEO (หลาย ๆ คนบอกว่าเป็นปัจจัยภายใน) ส่วน Off-Page Factor คือ การ Optimisation สิ่งที่ไม่ใช่เนื้อหาของเว็บไซต์ (หลาย ๆ คนบอกว่าเป็นปัจจัยภายนอก) ซึ่งปัจจัยทั้งสองนี้มีความสำคัญทั้งคู่ ควรปรับแต่งให้เหมาะสมไปพร้อม ๆ กัน

ที่มา : seo.siamsupport.com

Leave a comment »